ถ้าใครติดตามดัชนีมุมมองเรื่องคอรัปชั่น (Corruption Perception Index) ของ Transparency International ก็คงพอจะมองเห็นรูปแบบที่คล้ายๆ กันทุกปี คือ ประเทศกลุ่มอเมริกาเหนือจะมีปัญหาคอรัปชั่นน้อยที่สุด ตามมาด้วยกลุ่มประเทศยุโรป แล้วก็ประเทศกลุ่มเอเชียกับอเมริกาใต้. ที่น่าสนใจก็คือญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศพัฒนาแล้วมีรายได้สูงก็ยังมีปัญหาคอรัปชั่นสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ซึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ระดับเดียวกัน. ประเทศไทยเราก็อย่างที่รู้กันอยู่ว่ามีปัญหาเรื่องนี้มาก และก็ได้มีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องคอรัปชั่นมานาน โดยเครื่องมือหลักที่มักจะพูดถึงกันเสมอๆ ก็คือ การสร้างจิตสำนึกของคนให้เลิกคิดที่จะคอรัปชั่น. ผมเคยเขียนโมเดลเรื่องคอรัปชั่น (เฉพาะเจาะจงเรื่องพฤติกรรมการรับสินบน) อธิบายเรื่องนี้เอาไว้ว่าการสร้างจิตสำนึกนั้นดี แต่ไม่ได้ปราศจากต้นทุนเอาเสียทีเดียว เพราะจิตสำนึกที่สูงขึ้นแม้จะช่วยลดปัญหาจำนวนการรับสินบนได้ แต่สำหรับคนที่ยังคิดจะเรียกรับเอาสินบนอยู่ (แม้จะมีจิตสำนึกสูงขึ้นแล้ว) ก็จะเรียกสินบนในปริมาณที่สูงขึ้นเพื่อมาชดเชยกับจิตสำนึกที่เสียไป. ปัญหาก็คือเราอาจจะแก้จำนวนครั้งของการรับสินบนได้ แต่ปริมาณสินบนที่แลกเปลี่ยนกันอาจจะเพิ่มขึ้นก็เป็นได้.
นอกจากนี้แล้วปัญหาที่ผมคิดว่าเป็นปัญหาที่สำคัญอีกอย่างของการใช้วิธีการสร้างจิตสำนึกเพื่อแก้ปัญหาคอรัปชั่นก็คือความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ. การเปลี่ยนจิตสำนึกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา จึงเป็นเครื่องมือที่ผมไม่คิดว่าจะทันท่วงทีกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่สำคัญอย่างคอรัปชั่น. จะว่าไปแล้วเรื่องการปลูกฝังจิตสำนึกนี้ก็ไม่ใช่ความคิดใหม่ เป็นเรื่องที่คิดกันมานานและปัญหาก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป. ถ้าจะให้ดีผมคิดว่าน่าจะใช้นโยบายทางกฎหมายมากกว่า เพราะเห็นผลเร็วข้ามวันข้ามคืนกันทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มโทษของผู้ให้สินบนแทนที่จะเป็นการเพิ่มโทษของผู้รับ (สำหรับเหตุผลในเรื่องนี้ว่าทำไมควรจะเป็นการเพิ่มโทษของผู้ให้เราค่อยมาดูกันวันหลังครับ). การแก้ปัญหาคอรัปชั่นผมกล้าพูดว่าไม่น่าจะยากอย่างที่หลายคนคิด และกล้าพูดอีกด้วยว่าหัวใจอยู่ที่กฎหมายไม่ใช่จิตสำนึก. เหตุที่เรายังแก้ปัญหาคอรัปชั่นไม่สำเร็จจนกระทั่งในปัจจุบันน่าจะเป็นเพราะเราวาดฝันเอาไว้เกินไปแทนที่จะพิจารณาความเป็นจริงเป็นหลัก.
ถ้าจะเปรียบไปก็เหมือนกับการที่บ้านเรามีปัญหายุงเยอะครับ. บ้านอื่นเขาพอยุงเยอะเขาก็ใช้วิธีการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง หามุ้ง หาเครื่องกำจัดยุง. แต่บ้านเราเน้นการแก้ปัญหาอย่าง creative และยั่งยืนโดยใช้การตัดต่อพันธุกรรมยุงให้เลิกกัดคนครับ. ในอนาคตอาจจะสำเร็จ แต่ตอนนี้ก็คงต้องตบยุงไปพลางๆ ก่อนครับ.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น