
แต่ก่อนมีเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมก็ว่าเป็นเรื่องที่ออกนอกความคิดของเศรษฐศาสตร์แบบเดิมๆ ไปมากแล้ว เดี๋ยวนี้แม้แต่เรื่องการฆ่าตัวตายก็ยังมีคนใช้เศรษฐศาสตร์อธิบาย. อาจารย์ที่ปรึกษาผมที่อเมริกาเคยบ่นกลายๆ ว่าเดี๋ยวนี้มีการประยุกต์ใช้เศรษฐศาสตร์ไปแทบทุกเรื่อง จนกระทั่งอีกหน่อยคงมีเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยเรื่องการแปรงฟัน
แต่มีเศรษฐศาสตร์เรื่องหนึ่งซึ่งปัจจุบันผมสนใจมากและจะว่าไปแล้วก็ดูเหมือนจะไม่ตรงกับการประยุกต์เศรษฐศาสตร์ที่คุ้มเคยกันซักเท่าไหร่ คือเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยเรื่องยาเสพติด. อันที่จริงแล้วมีการใช้แนวคิดเศรษฐศาสตร์อธิบายเรื่องการใช้หรือการซื้อขายยาเสพติดมานาน. แม้แต่ปปส. ก็ได้แบ่งยุทธศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดหลักๆ ออกเป็นยุทธศาสตร์ที่จัดการกับ demand และยุทธศาสตร์ที่จัดการกับ supply ของยาเสพติด.
หลังจากที่ผมได้เข้ามาศึกษาเรื่องเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยยาเสพติดอย่างจริงจังก็ทำให้เรียกได้ว่ากลายมาเป็นอีกผู้หนึ่งซึ่งสนับสนุนเรื่องการแก้กฎหมายให้ยาเสพติดเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย (Legalization). ปัจจุบันได้มีการหันมาวิเคราะห์อย่างจริงจังโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหายาเสพติด ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์หลายท่านได้ให้ทรรศนะที่น่าสนใจไว้ว่า ปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจหลายประการที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้น ไม่ได้เป็นผลโดยตรงจากการเสพยาเสพติด หากเป็นผลที่สืบเนื่องมาจากการประกาศให้ยาเสพติดเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและการแทรกแซงในตลาดโดยการปราบปรามผู้เสพและผู้ค้า การเร่งปราบปรามยาเสพติดจึงย่อมจะสร้างให้เกิดพลวัต (Dynamics) ของปัญหาที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด กล่าวคือ ยิ่งปราบปรามมาก ก็ยิ่งสร้างให้เกิดปัญหามาก และเมื่อมีปัญหามาก ก็ยิ่งใช้มาตรการปราบปรามมาก
นี่จึงเป็นจุดเริ่มของแนวคิดเรื่องการทำให้สิ่งเสพติดเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายครับ. ไม่ใช่เป็นเพราะว่าเรายอมแพ้กับมัน แต่เป็นเพราะเราต้องการจะแก้ปัญหาให้ถูกจุดต่างหากครับ. เดี๋ยววันหลังเราจะลองมาดูกันครับว่าทำไมการปราบปรามยาเสพติดจึงสร้างปัญหามากกว่าที่จะแก้ปัญหา.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น